| ถั่งเช่าสีทอง |
ถั่งเช่าสีทอง หรือที่รู้จักกันในรูปของ เห็ดถั่งเช่า ที่มีอยู่สวนใหญ่ในประเทศมาจากการเพาะเลี้ยง
ซึ่งเป็นถั่งเช่าตระกูลเดียวกันกับเห็ดถั่งเช่าทิเบต แต่ต่างสายพันธุ์
เห็ดถั่งเช่าสีทอง พบได้ทั่วไปในอุณหภูมิระหว่าง 10-28 องศาเซลเซียส
ซึ่งสรรพคุณของถั่งเช่าสีทองมีมากมาย สารอาหารก็เยอะ
เช่น เกลือแร่ วิตามิน และยาชนิดต่าง ๆ สูงกว่าเห็ดถั่งเช่าแท้ ๆ
คนไทยเราเองก็สามารถเพาะเห็ดถั่งเช่านั้นได้ และให้ชื่อมันว่า “เห็ดถั่งเช่าสีทอง”
ถั่งเช่าสีทองมีสรรพคุณหลัก ๆ คือ
เป็นยาที่มีฤทธิ์ร้อนหรือยาธาตุร้อน มีสารสำคัญ คือ สารคอร์ไดซิปิน ตัวเดียวกับที่มีในถั่งเช่าทิเบต
ซึ่งมีส่วนช่วยในการดึงเอาออกซิเจนมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
หมายความว่าเมื่อเราทำงานหนักและต้องใช้แรงเยอะ ๆ หรือมีอาการเหนื่อยหอบ
ทำให้ร่างกายเราต้องการออกซิเจนมากขึ้น ถั่งเช่าสีทองจะมีสรรพคุณที่จะช่วยในเรื่องนี้ได้
และโดยเฉพาะผู้ป่วยในโรคต่าง ๆ ที่มีปัญหาทางด้านการหายใจ
ถั่งเช่าสีทองเหมาะมากที่จะนำมาใช้เป็นยาในการรักษา เพื่อจะช่วยให้ดึงเอาออกซิเจนมาใช้ได้ดียิ่งขึ้น
ในเห็ดถั่งเช่า เราจะพบสารโพลิแซกคาไรด์(Polysaccharide) ที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อ เบต้ากลูแคน (Beta glucan) ปกติแล้วเราจะพบต้ากลูแคน 14 ในจำพวกข้าวหรือพืชต่าง ๆ
แต่เบต้ากลูแคน ที่เราพบในเห็ดถั่งเช่าสีทองจะเป็นเบต้ากลูแคน 13 กับ เบต้ากลูแคน 16
ทำให้เมื่อเรากินเข้าไปจะช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายของเราแข็งขึ้น ไม่ป่วยบ่อย
สามารถต่อสู้กับโรคร้ายต่าง ๆ ได้ นี่คือสรรพคุณสำคัญที่มีอยู่ในเห็ดถั่งเช่าสีทอง
และถั่งเช่าสีทองมีสรรพคุณเด็ดอีกอย่างที่สำคัญ นั่นก็คือ สมุนไพรสำหรับท่านชาย หรือก็ คือ ไวอากร้าธรรมชาติ นั่นเอง และเมื่อหนุ่ม ๆ ได้ยินเข้าก็ตาลุกวาวทันที่ ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่ผลพลอยได้ไม่ได้มีความสามารถในการกระตุ้นแต่อย่างใดเลย เพราะพอร่างกายคนเราแข็งแรงขึ้น เรี่ยวแรงมีเยอะขึ้น ทุกอย่างมันก็ดูฟิตไปหมด
| ROYAL CORDYCEPSFORABEE ฟอร่าบีนมผึ้งผสมถั่งเช่า |
สรรพคุณที่มีความโดดเด่นของถั่งเช่าสีทอง
- ช่วยทำให้ปอดนำออกซิเจนไปใช้ได้มากขึ้น
- เพิ่มจำนวนอสุจิที่แข็งแรงให้มีมากขึ้น สุขภาพทางเพศ
- ลดอาการอ่อนเพลีย เพิ่มพลังงาน ทำให้ร่างกายสดชื่น
- ควบคุมระดับโคลเลสเตอรอลให้ปกติ (เบาหวาน)
- ต่อต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
- เสริมการทำงานของตับและไต
- ลดอาการของโรคภูมิแพ้ หอบ ไอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น